Written by: บทความ

“ลูกชายคนโต” อาชีพอนาคต 2020 ความมั่นคงของงาน ที่คุณต้องสร้างเอง eBook Edition

“ลูกชายคนโต” อาชีพอนาคต 2020  ความมั่นคงของงาน ที่คุณต้องสร้างเอง eBook Edition

โดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

.

 

หนึ่งชีวิตที่ได้เกิดมา ด้วยความที่เป็นลูกชายคนโตของ ตระกูล จันทวงศ์

ผมโตมาจากครอบครัวที่ได้ชื่อว่ารับราชการเป็น “คุณครู” ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ นอกจากความรักความห่วงใยที่ท่านมีให้ลูกศิษย์ที่มากมายแล้ว

.

 

สิ่งที่ผมสัมผัสได้มาตลอดชีวิต คือ ทั้งสองท่านล้วนมีความแน่วแน่ และตั้งใจประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ท่านจึงภาคภูมิใจและรักในอาชีพ “ครู”  และท่านมักพูดกับผมเสมอว่า ครู เป็นอาชีพที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี และเมื่อได้ชื่อว่าเป็นคุณครูแล้ว ก็ต้องเป็นคุณครูให้ได้ทุกวัน และ เป็นคุณครูของเด็กนักเรียนให้ได้ตลอดเวลา เช่นกัน

.

 

เพราะนี่คือการรับราชการ นี่คือหน้าที่ของครู  ที่ต้องทำงานตลอดเวลาแทบไม่มีวันหยุด และอย่าไปพูดถึงค่าตอบแทนหรือว่าเงินเดือนของคุณครูเลยครับ พูดได้เต็มปากว่า ลำบากเอาการ

 

 

ท่านเป็นคุณครูของเด็กนักเรียนก็จริง แต่ท่านก็เป็นพ่อและแม่ของผม ทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลที่ทั้งสองท่านมักจะบอกกับผมด้วยความห่วงใยว่า  อย่าทำงานรับราชการ อย่าทำงานอาชีพครูเลย   และมันกลายเป็นคำทักท้วงที่ติดหูผมมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต

.

 

ดังนั้นผมในวัยเยาว์  จึงมีความตั้งใจว่าจะทำอาชีพที่ตัวเองชอบและสนใจที่สุดในตอนนั้น คือการเป็นช่างซ่อมรถยนต์  เลยตั้งใจและตัดสินใจเรียนในสายอาชีพ สาขาช่างยนต์ วิศวะเครื่องกล

.

 

ด้วยความที่ชอบ ผมจึงทำมันได้ดีในตอนนั้น แต่ตอนนั้นผมก็ไม่เคยรู้เลยว่า ผมจะไม่ได้นำวิชาชีพเหล่านั้นมาใช้ประกอบอาชีพในอนาคต..

.

 

ช่วงปลายทางของการเรียนสายอาชีพ  ผมมีโอกาสได้พบเจอเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเรียน ปวช. ปวส. และได้รู้จักกับพี่เขยของเพื่อน ซึ่งตอนนั้น พี่เขาทำงานเป็นช่างภาพวิดีโอ (ที่ยุคนั้นใครๆ ก็เรียกกันว่า ตากล้อง ฟังดูเท่ห์มากใช่ไหมครับ) ที่ค่ายเทป คีตา เรคคอร์ดส .. การพบเจอกันครั้งนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนแนวคิด มุมมอง และอนาคตของผมแบบสิ้นเชิง

.

 

จากช่างยนต์ มาอยู่วงการบันเทิง..

.

เล่ามาแบบนี้คงรู้แล้ว ว่าผมตัดสินใจเลือกทางเดินไหนให้กับตัวเอง

.

 

การทำงานในสายบันเทิงของผมมีความสุขและตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อเริ่มต้นทำงานผมมีธงของผมเอง ว่าจะต้องเป็นระดับหัวหน้า ผู้จัดการ ให้ได้ในสายอาชีพนี้

.

 

ระหว่างทางในสายงานนี้ มีบ้างที่ไม่ได้ราบรื่นหรือโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะผมไม่ได้มีพื้นฐานที่แน่นเท่าไหร่ และถือว่าเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งเลยก็ว่าได้  เด็กหนุ่มประสบการณ์น้อยแบบผมจึงเต็มใจรับงานมาทำทุกอย่าง ตั้งแต่เป็นเด็กเก็บสายไฟ หรือว่าเด็กกองถ่าย ถ้าพี่ๆ ในกองส่งงานมาให้ผมทำ ให้ผมได้มีส่วนร่วมบ้าง แค่นี้ก็ดีใจมากแล้ว  ไม่ต้องพูดถึงค่าตอบแทน เพราะไม่มีครับ ช่วงแรกเป็นแบบนี้อยู่หลายเดือน ค่าจ้างที่ผมได้ตอนนั้น คือ อาหารกองถ่ายเท่านั้น

.

 

แต่ข้อดีคือผมไม่ต้องเสียเงินซื้อข้าวกลางวัน  ผมใช้จ่ายประจำวันอย่างประหยัด อดทนอยู่ให้ได้เพราะมีเป้าหมายแล้ว ว่าวงการนี้คืออนาคตของผม

 

 

วันหนึ่ง พี่ที่ดูแลกองถ่ายมาบอกข่าวดีกับผม บอกว่าผู้ใหญ่มองเห็นว่าผมตั้งใจทำงาน จึงจะตอบแทนด้วยการจ่ายค่าแรงให้ วันละ 150 บาท

.

 

ผมดีใจและปลื้มใจมากๆ ยังจำความรู้สึกตัวเองตอนนั้นได้  เพราะมันคือแรงผลักดันที่ทำให้ผมตั้งธงไว้ ว่าจะเดินทางนี้ไปให้สุดๆ

.

 

ผ่านวัน ผ่านปี หน้าที่การทำงานทุกอย่างที่ผมได้ทำ การสั่งสมประสบการณ์ ในสายโปรดักชั่น  จากเด็กฝึกงาน ผู้ช่วย…ต่างๆ ตากล้อง หัวหน้าฝ่าย ผู้จัดการและอื่นๆ  จนมาถึงตอนนี้

.

 

คำที่พ่อแม่พร่ำบอกว่า อย่าทำงานอาชีพ ครู ผมเองกลับหนีไม่พ้นด้วยรู้อยู่เต็มอกว่ามันอยู่ในสายเลือด  เพราะเมื่อเรารู้สิ่งใดมาก็ชอบบอกต่อหรือสอนต่อน้องๆ ที่สนิทสนมชอบพอกันอยู่ตลอดเวลา…!

.

 

ทุกวันนี้อาชีพหนึ่งของผมคือ การทำคอร์สฝึกอบรมด้าน Digital  หลักสูตร “การสร้างสถานีออนไลน์ ด้วยโปรแกรม OBS studio”  และได้รับเกียรติจากหลายๆ ท่าน เรียกผมว่า ครู บ้าง อาจารย์ บ้าง ผมขอบคุณครับ (ถึงจะเป็นครูนอกระบบ) แต่ก็ภูมิใจ

.

 

ผมได้มีโอกาสรู้จักกับผู้ใหญ่ในแวดวงการศึกษาท่านหนึ่ง ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ ท่านเป็นนักวิชาการอิสระ นักพูด นักเขียน เป็นผู้นำเสนอแนวคิดด้านการเรียนรู้ และผู้วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อวงการการศึกษาของประเทศ มากว่า15 ปี ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ เรื่องความคิดสร้างสรรค์ทำให้ได้รับเชิญไปพูดและฝึกอบรมหลักสูตร ปฏิบัติการ Creative Plus ให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ

.

 

หลายเดือนก่อนท่านได้โทรมาบอกผมว่า ท่านได้เขียนหนังสือหนึ่งเล่ม ชื่อหนังสือคือ “อาชีพอนาคต 2020  ความมั่นคงของงาน ที่คุณต้องสร้างเอง” และในนั้นมีเรื่องราวการประกอบอาชีพของผมรวมอยู่ด้วย โดยจะขยายความในประเด็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing

.

 

ตอนนั้น ผมดีใจและปลื้มใจมาก แต่ก็แอบเป็นกังวลด้วยเช่นกันว่าสิ่งที่ผมทำจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านมากน้อยเพียงใด สมดั่งที่ท่านมองหรือไม่

.

 

และท่านได้ส่งต้นฉบับให้ผมอ่านด้วยว่า ต้องการปรับแก้ส่วนใดบ้าง

.

 

ผมนี้อ่านไปก็ซึ้งใจไป ว่าในชีวิตหนึ่งของเราได้มีโอกาสอยู่ในหนังสือเล่มหนึ่ง ที่มีอาจารย์ทรงคุณวุฒิเขียนถึงตัวเรา..

.

ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์

ป้ายกำกับ:, , , , , , , , , , , , , , , , , , Last modified: 20 มิถุนายน 2020